ผมว่าปัญหาทั้งหมดเกิดจากการขาดจริยธรรมครับ เพราะจากการที่ส่งเสริมโอเพนซอร์สมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง และอ่านหนังสือมาหลายเล่ม ทำให้รู้ว่าคนส่วนใหญ่ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ถ้าจำเป็นต้องเปลี่ยนก็ต้องมีเงื่อนไขบังคับ เช่น ถ้าไม่เปลี่ยนก็จะต้องได้รับความเจ็บปวด (โดนจับปรับ หรือ โดนลงโทษ เป็นต้น) แต่การเปลี่ยนพฤติกรรมใช้ซอฟต์แวร์ยากกว่ามาก เพราะเมื่อคุณจะเปลี่ยนมาใช้โอเพนซอร์ส คุณจะต้องเจ็บปวดจากการพยายามอ่านหนังสือ ดูซีดี อ่านอินเตอร์เน็ต แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้งาน ฯลฯ ซึ่งไม่เข้ากับนิสัยของคนไทยอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่ว่าจะเปลี่ยนไม่ได้เลยนะครับ เพราะหากมีแรงจูงใจมากเพียงพอ ก็เปลี่ยนได้ ตัวอย่างเช่น คนไทยใช้ Camfrog มากเป็นอันดับหนึ่งของโลก โดยไม่ต้องได้รับการอบรม ไม่มีคู่มือภาษาไทย ไม่มีใครบังคับให้ใช้ ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่มีคู่มือหรือไม่ มีข้อมูลหรือไม่ แต่ปัญหาทั้งหมดเกิดจากการขาดแรงจูงใจที่จะเปลี่ยน เพราะการเปลี่ยนมาใช้โอเพนซอร์ส แล้วไม่ได้ทำให้มีเงินมากขึ้น ไม่ได้มีความสุขมากขึ้น แต่กลับทุกข์มากกว่าใช้ซอฟต์แวร์เดิมที่คุ้นเคยอยู่แล้วไม่ได้ อีกทั้งการใช้ซอฟต์แวร์เถื่อนก็ไม่ได้รับความเจ็บปวดอะไร ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะไม่เปลี่ยน และหากจะให้ ที่จะทำให้คนส่วนใหญ่เปลี่ยนมาใช้โอเพนซอร์ส มีทางเดียวคือ ต้องทำให้เป็นคนส่วนใหญ่ มีคุณธรรม จริยธรรม เพราะการใช้ซอฟต์แวร์เถื่อนรวมถึงดูหนัง ฟังเพลง ละเมิดลิขสิทธิ์ ทั้งหมดคือ การโกง การขโมย ซึ่งท้ายสุด หากเรายังละเมิดลิขสิทธิ์กันต่อไปเรื่อยๆ ผลกรรมที่ได้รับคือ คนในชาติของเราก็จะไม่มีวันผลิตผลงานดีๆออกมา คนมีฝีมือก็จะต้องไปเป็นลูกจ้างบริษัทฝรั่ง คนในประเทศไทยส่วนใหญ่ ก็ต้องทำงานที่มีเงินเดือนน้อยๆ ตลอดไป เป็นปัญหาซ้ำซาก หาทางออกไม่ได้
สรุป การที่จะทำให้คนไทยหันมาใช้โอเพนซอร์ส ต้องทำให้คนส่วนใหญ่ มีจริยธรรมคุณธรรม รู้ว่าการโกง การขโมย ผิด และสำนึกผิด เกรงกลัวต่อผลกรรมที่ได้รับจากการขโมย และโกงครับ ซึ่งยากมาก แต่ผมคิดว่า เราทุกคน เริ่มต้นที่ตัวเองก่อนดีที่สุดครับ หากเราเปลี่ยนตัวเราไม่ได้ คงเป็นไปไม่ได้ที่จะเปลี่ยนคนอื่น
สุดท้าย จากประสบการณ์ ผมรู้จักคนก็ไม่น้อย แต่คนที่ใช้ชีวิตประจำวัน โดยไม่มีการละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นซอฟต์แวร์ หนัง เพลง ฯลฯ ในชีวิตผมรู้จักไม่เกิน 10 คนครับ
More information about formatting options
ต้องพยายามเพิ่มมาตรฐานทางจริยธรรมของคนไทย
ผมว่าปัญหาทั้งหมดเกิดจากการขาดจริยธรรมครับ เพราะจากการที่ส่งเสริมโอเพนซอร์สมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง
และอ่านหนังสือมาหลายเล่ม ทำให้รู้ว่าคนส่วนใหญ่ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ถ้าจำเป็นต้องเปลี่ยนก็ต้องมีเงื่อนไขบังคับ
เช่น ถ้าไม่เปลี่ยนก็จะต้องได้รับความเจ็บปวด (โดนจับปรับ หรือ โดนลงโทษ เป็นต้น)
แต่การเปลี่ยนพฤติกรรมใช้ซอฟต์แวร์ยากกว่ามาก เพราะเมื่อคุณจะเปลี่ยนมาใช้โอเพนซอร์ส คุณจะต้องเจ็บปวดจากการพยายามอ่านหนังสือ ดูซีดี อ่านอินเตอร์เน็ต แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้งาน ฯลฯ ซึ่งไม่เข้ากับนิสัยของคนไทยอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่ว่าจะเปลี่ยนไม่ได้เลยนะครับ
เพราะหากมีแรงจูงใจมากเพียงพอ ก็เปลี่ยนได้ ตัวอย่างเช่น คนไทยใช้ Camfrog มากเป็นอันดับหนึ่งของโลก โดยไม่ต้องได้รับการอบรม ไม่มีคู่มือภาษาไทย ไม่มีใครบังคับให้ใช้ ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่มีคู่มือหรือไม่ มีข้อมูลหรือไม่ แต่ปัญหาทั้งหมดเกิดจากการขาดแรงจูงใจที่จะเปลี่ยน เพราะการเปลี่ยนมาใช้โอเพนซอร์ส แล้วไม่ได้ทำให้มีเงินมากขึ้น ไม่ได้มีความสุขมากขึ้น แต่กลับทุกข์มากกว่าใช้ซอฟต์แวร์เดิมที่คุ้นเคยอยู่แล้วไม่ได้ อีกทั้งการใช้ซอฟต์แวร์เถื่อนก็ไม่ได้รับความเจ็บปวดอะไร ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะไม่เปลี่ยน และหากจะให้ ที่จะทำให้คนส่วนใหญ่เปลี่ยนมาใช้โอเพนซอร์ส มีทางเดียวคือ ต้องทำให้เป็นคนส่วนใหญ่ มีคุณธรรม จริยธรรม เพราะการใช้ซอฟต์แวร์เถื่อนรวมถึงดูหนัง ฟังเพลง ละเมิดลิขสิทธิ์ ทั้งหมดคือ การโกง การขโมย ซึ่งท้ายสุด หากเรายังละเมิดลิขสิทธิ์กันต่อไปเรื่อยๆ ผลกรรมที่ได้รับคือ คนในชาติของเราก็จะไม่มีวันผลิตผลงานดีๆออกมา คนมีฝีมือก็จะต้องไปเป็นลูกจ้างบริษัทฝรั่ง คนในประเทศไทยส่วนใหญ่ ก็ต้องทำงานที่มีเงินเดือนน้อยๆ ตลอดไป เป็นปัญหาซ้ำซาก หาทางออกไม่ได้
สรุป การที่จะทำให้คนไทยหันมาใช้โอเพนซอร์ส ต้องทำให้คนส่วนใหญ่ มีจริยธรรมคุณธรรม รู้ว่าการโกง การขโมย ผิด และสำนึกผิด เกรงกลัวต่อผลกรรมที่ได้รับจากการขโมย และโกงครับ ซึ่งยากมาก แต่ผมคิดว่า เราทุกคน เริ่มต้นที่ตัวเองก่อนดีที่สุดครับ หากเราเปลี่ยนตัวเราไม่ได้ คงเป็นไปไม่ได้ที่จะเปลี่ยนคนอื่น
สุดท้าย จากประสบการณ์ ผมรู้จักคนก็ไม่น้อย แต่คนที่ใช้ชีวิตประจำวัน โดยไม่มีการละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นซอฟต์แวร์ หนัง เพลง ฯลฯ ในชีวิตผมรู้จักไม่เกิน 10 คนครับ