ทำไม คนไทยถึงควรใช้ opensource


Posted in:
zetacom's picture

คงไม่ต้องบอกก็คงจะรู้ กันอยู่แล้ว  แต่ที่อยากจะพูดคือ เรื่องปัญหาที่ไม่ใช้กันดีกว่า
    ทำไม คนไทยถึง ไม่ค่อยใช้ opensource  และจะหาทางให้คนหันมาใช้กันมากขึ้นได้อย่างไร
ปัญหาที่ ทำให้คนยังไม่หันมาใช้ หรือ อยากใช้ แต่ก็ใช้ไม่ได้   โดย จะเขียนถึงปัญหาเป็นข้อ ๆ ในความคิดของผมก็แล้วกันนะ

1.  ปัญหาส่วนใหญ่ คือ ถ้าจะเปลี่ยนมาใช้ opensource จะสามารถ รองรับระบบงาน ที่มีอยู่แล้วได้หรือป่าว
แล้วถ้ามีปัญหา ก็หาคนแก้ปัญหาได้ยาก  จะเปลี่ยนได้ก็แค่ งานบางอย่าง เช่น งานเอกสาร   ซึ่งก็ต้องติดปัญหาเรื่องการปรับเปลี่ยน
วิธีการใช้งานของคนในองค์กรทั้งหมด  ซึ่งบางองค์กร อาจจะไม่คุ้มค่าใช้จ่ายในการ อบรมก็ได้

2. เรื่อง hardware  อันนี้ก็เป็นที่สำคัญ เพราะผู้ใช้ ไม่ ค่อยมีข้อมูลให้ดูว่า  อุปกรณ์ รุ่นไหน ใช้ได้บ้าง ไม่ได้ บ้าง  แล้ว version ไหน
support hardware ถึงรุ่นไหน  มีปัญหากับรุ่นไหน   

3.  ไม่มีโปรแกรม ที่ support งาน เฉพาะทางของเค้า  หรือ  อาจจะยังไม่รู้ว่า มีโปรแกรม แบบนี้ อยู่ด้วยหรือ   

4.  หนังสือ, คู่มือ, ผู้รู้,  วิธีการใช้  หรือ ข้อมูลที่จะให้ ศึกษาหาความรู้   ค่อนข้างน้อย และยังอยู่ใน วงแคบ เฉพาะผู้ที่สนใจที่พอจะรู้ว่า หาได้จากที่ไหน

เอาคร่าวๆ แค่นี้ก่อนดีกว่า ยิ่งพิมพ์ยิ่ง หมดกำลังใจ

ส่วนวิธีการแก้ปัญหาพวกนี้ ผมก็ขอ เอาเฉพาะส่วนที่ คิดว่า ใน คลับนี้ น่าจะทำได้  หรือว่าง่ายๆ ก็คือ อยากให้ ทุกๆ คน web site ช่วยกันทำให้เกิดขึ้น
เพื่อให้ คนหันมาให้ opensource กันมากขึ้น

1. อยากให้ ทำแผ่น ubuntu สำหรับ ติดตั้ง โดยอาจจะ แยก ตาม งานที่จะนำไปใช้   เช่น  งานด้าน webserver, office, video editing, 3D animation, multimedia, home entertainment, งานบัญชี    อะไรประมาณนี้   หรือไม่ก็ มีแผ่น หลักๆ  แล้วก็ แนะนำ ว่า ถ้าทำงานด้านไหน ควรใช้โปรแกรมอะไร ไป
หาได้จากที่ไหน เพิ่ม  อย่างนี้ ก็ได้

2. อยากให้ เป็น ศูนย์กลางรวบรวม ข้อมูลทาง hardware  เช่น ว่า ถ้าใครเคย ลง ubuntu แล้วใช้ cpu รุ่นไหน , mainboard ชิป รุ่นอะไร, sound, lan,vga
ประมาณ นี้  อันไหน ผ่าน หรือ ไม่ผ่าน  ก็ ช่วยๆ กัน ส่งข้อมูล ให้ทาง web   แล้ว ก็ทำเป็น ข้อมูลให้ดู อุปกรณ์ รุ่นไหน ใช้ได้บ้าง  รุ่นไหน ใช้ไม่ได้  หรือใช้ได้กับ version ไหน     ก็จะทำให้ผู้ที่จะหันมาใช้ opensource มีมากขึ้น

3. อยากให้ ผู้ที่มีความรู้ในแต่ละด้าน ช่วยๆ กัน แนะนำโปรแกรม ต่างๆ  แหล่งที่จะหาข้อมูล หรือ ความรู้เพิ่มเติม ของพวกโปรแกรมใช้งานในด้านต่างๆ  เพื่อเป็น
แนวทาง ในการ ตัดสินใจ ที่จะนำมาใช้
 
4. อาจจะทำ เป็น หนังสือ, cd training  ขาย ก็น่าจะได้นะครับ เพราะ ถ้า มันออกมาสู่ตลาด มากเท่าไร ก็จะทำให้คนรู้จัก มากขึ้น  และในระดับ ผู้ใช้ทั่วไป เค้าก็คง
หาข้อมูล หรือ ศึกษา ได้จาก แหล่งพวกนี้  เป็นส่วนใหญ่อยู่แล้ว

5. ช่วยกันหาวิธี เผยแพร่ website ให้คนได้รู้จักกันมากขึ้น   

แหม ขอเยอะจัง    อันนี้ แค่ ความคิดที่อยากให้ทุกๆคน ช่วยๆ กัน เท่าที่ทำได้ ซึ่งในบางอย่างผมก็ พอช่วยได้ ถ้าคิดว่า อันไหน น่าสนใจก็ ค่อยคุยรายละเ อียดกันอีกที
หรือ ใครมีความคิดเห็น อื่นๆ  ก็ช่วยๆ กันเสนอแนะ

ปล.  อันนี้ เป็นเพียง ความคิดเห็นส่วนตัว ถ้าใคร อ่านแล้ว ไม่ค่อยเห็นด้วย ก็ลืมๆ มันไป ก็แล้วกัน

ดีครับ ช่วยๆกัน

ที่เขียนมากห้าข้อ ส่วนมากทาง Club ก็ทำอยู่แล้ว ยกตัวอย่างเช่น
1.
1.1 UbuntuClub Distro/UbuntuClub Lite (อันนี้คุณ TrendyTeddy และคณะกำลังพัฒนาอยู่)
1.2 ใน Wiki ช่วยกันไปเพิ่มรายชื่อโปรแกรมทดแทนกันนะครับ http://wiki.ubuntuclub.com/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%...
1.3 ไม่จำเป็นต้องทำแผ่นแยกก็ได้เพราะจะตามบริหารจัดการลำบาก Ubuntu แผ่นเดียวก็สามารถลงโปรแกรมเพิ่มได้อยู่แล้ว เพียงแต่ต้องให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้งานปรับแต่ง สรุปว่า แทนที่จะเอาแรงงานไปทำแผ่นแยกควรมาช่วยกันตอบปัญหาหรืออธิบายการใช้งานให้คนทั่วไปเข้าใจน่าจะได้ผลกว่า ข้อนี้ทำได้ด้วยการตอบกระทู้ หรือเขียนบทความก็ได้
2. Hardware ทาง Club เราก็พอจะมีกระทู้สำหรับตอบปัญหาทาง Hardware อยู่บ้าง แต่ถ้าจะทำเป็นฐานข้อมูล Hardware อันนี้คงต้องช่วยกันรายงานเข้ามา
3. ช่วยกันเขียนบทความกันเยอะๆ
4. Open Source Magazine? ส่วนเอกสาร Training เราก็มีให้โหลดฟรีๆ หากใครสนใจรบกวนอ่าน link ข้างล่างด้วย อาจจะพบว่าบางอย่างก็มีคนทำไว้แล้วแต่ไม่อ่านกัน
http://wiki.ubuntuclub.com/wiki/Main_Page
http://wiki.ubuntuclub.com/wiki/Training
http://ubuntuguide.org/wiki/Ubuntu:Feisty_th
http://wiki.ubuntuclub.com/wiki/Image:Ubuntu-desktop-guide.pdf
5. Fukduk.tv ช่อง 12 ... อ๊ะ ช่อง 9 ช่อง 9

ปัญหาที่มักจะเจอบ่อยคือ ผู้ใช้บางส่วนจะไม่ค่อยค้นคว้าก่อนถาม ซึ่งบางอย่างก็มีบอกไว้อย่างดีแล้ว จะไปโทษคนกลุ่มนี้ก็คงไม่ใช่ทางออก คนเรามีลักษณะของการกระหายใคร่รู้แตกต่างกันออกไป บางทีอาจจะเป็นเพราะการนำเสนอข้อมูลไม่น่าดึงดูดพอ หรืออาจจะเข้าถึงยากไป (พูดง่ายๆว่า ข้อมูลน่ะมี แต่ไม่รู้ว่ามันอยู่ไหน หรือไม่รู้ว่าคนเขียนไปเขียนไว้ที่ไหน) เราก็คงต้องอาศัยการแนะนำชี้ทางไปเรื่อยๆว่าทางออกอยู่ไหน ซักวันก็จะมีคนมากมายที่รู้เรื่องแน่นอน

aumpradya's picture

เห็นด้วย

เห็นด้วยกับท่านพี่ Lindever ครับ
พวกเราทาง CLUB เองก้พยายามมามากตามที่บอกแหละ ก้อยากให้พวกที่ไม่รู้จัก Opensource
ได้เห็นประโยชน์และนำมาใช้จริงบ้าง แต่คิดว่าไม่นานหรอกครับจะนิยมแน่นอนไม่ว่าจะเป็น หน่วยงานต่างๆและก็
รวมไปถึงอาจารย์และนักศึกษา กำลังตื่นตัวเรื่อง webserver และ linux ubuntu อย่างมากครับ
ซึ่งก็น่าดีใจที่อนาคตไม่นานนี้สถาบันศึกษาหลายแห่งจะให้ความสำคัญ และเริ่มนำ Opensource มาใช้ในหลักสูตรการเรียนมากขึ้นครับ
สังเกตุได้ที่อาจารย์และเพื่อนๆหลายท่านถามผมเรื่อง ubuntu เยอะมากพอสมควร

zetacom's picture

ดีใจจัง มีคนอ่านด้วย

ผมมองในมุม ของ user ระดับ ที่ไม่รู้จัก opensource หรือ web ubuntuclub เช่น เจ้าของกิจการ หรือบริษัท sme
ที่จะหันมาใช้ opensource ส่วนถ้าในระดับ ผู้ใช้ตามบ้าน คนธรรมดา คงยากที่เค้าจะหันมาใช้เพราะ ทุกวันนี้ เค้าก็ไม่เคยซื้อ software ที่มีลิขสิทธิ์ใช้กันอยู่แล้ว
จากประสบการณ์ตรง เลย คือ ผมมีบริษัทขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ก็แนะให้ลูกค้าลอง ใช้ os ที่เป็น opensource แทน windows แต่ ก็ไม่มีเลย สักรายที่ต้องการ
บ้างก็บอก ใช้ไม่เป็น หาหนังสือ วิธีการใช้ไม่ได้ ถ้าลงให้ไป ก็ใช้ไม่เป็น
ก็มีแต่ บางบริษัทใหญ่ บางที่ ก็เริ่ม ถามถึงเหมือนกัน
แต่สำหรับ คนที่ รู้จัก web นี้ หรือ web ที่เป็น พวก open source อื่นๆ โดยส่วนใหญ่ ก็มีความรู้ และสนใจ ทางด้านนี้ อยู่แล้ว คงไม่หน้ามีปัญหา ครับ

สำหรับการส่งเสริมโอเพนซอร์ส

สำหรับการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการจำหน่ายซอฟแวร์โอเพนซอร์ส อาจจะมีการอบรมให้ความรู้กับผู้ประกอบการ เพราะปัญหาทุกๆ วันนี้เหมือนกับการผูกขาด โดยที่ประชาชนไม่ได้ทรายถึงคุณภาพสินคั้าและไม่ได้ทราบทางเลือก ผมเองเคยเห็นคนที่เค้าอยากจะใช้ลีนุกซ์นะครับ เพราะว่าโปรแกรมมันแปลเป็นภาษาไทยให้เรียบร้อย เพียงแต่พนักงานไม่รู้ว่ามันคืออะไร และใฃ้งานอย่างไร ลูกค้าก็เลยไม่กล้าจะเอาไปใช้
เราต้องอธิยายถึงคุณประโยชน์ที่เด่นๆ เช่นไวรัสไม่กิน มีภาษาไทย และโปรแกรมสามารถ Download มาใช้งานได้ฟรีๆ เป็นนวัตกรรมแห่งยุคอนาคต ที่ผู้คนไม่จำเป็นต้องไปซื้อซอฟแวร์มาใช้
เอาง่ายๆ บ้านผมทำไมมีบางคนยังใชีลีนุกซ์ ก็เพราะว่ามีคนอธิบายให้เค้าเข้าใจครับ
สำหรับเรื่องซอฟแวร์ลิขสิทธิ์ปัจจุบันนี้ห้างใหญ่ๆ ต้องระมัดระวังตัวกันมากขึ้น เพราะ โดนจับแล้วยกคอมพิวเตอร์ไปเลยครับ ผมคิดว่าไม่นานถ้าหากคนหนีมาใช้โอเพนซอร์สมากขึ้น การจับกุมจะง่ายขึ้น เพราะคนละเมิดมีน้อยลง ทุกๆ วันนี้มันเหมือนจับปูใส่กระดั้งครับ

ผมว่าการแ

ผมว่าการแนะนำให้คนไม่เคยใช้linuxเลย ให้หันมาใช้ยากนะครับ
ความไม่คุ้นเคยเป็นปัญหาใหญ่สุด
opensource ที่รันบนวินโดว์ได้ น่าจะเป็นการเริ่มต้นที่ดีกว่านะครับ
ยกตัวอย่างเช่น firefox จะเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายบ้างแล้ว
หรือ lexitron ดิกชันนารีที่ดีมากๆ น่าจะส่งเสริมให้ร้านคอมพ์
ลงให้ลูกค้าแทนดิกของอจ.สอ
ีิubuntu นี่ต้องใจรักจริงๆครับ

ขอข้อมูลครับ

ผมอยากทราบว่า จะลง ubuntu ต้องทำอย่างไรบ้าง
spec ขั้นต่ำเป็นเท่าไหร่
แบ่ง พาทิชั่นลงควบกับ vista ได้ใหมครับ
อยากทราบข้อมูลจริงๆครับ
ตอนนี้ใช้ notebook vaio อยู่ spec core2 1.6 ram 2gb. แต่มี windows vista ลิขสิทธิ์อยู่
อยากลองใช้ ubuntu ดูครับ เลยอยากทราบข้อมูลก่อนการตัดสินใจครับ

ขอบคุณล่วงหน้าด้วยนะครับ

snappy's picture

ไปถามในบอ

ไปถามในบอร์ดเลยน่ะครับ
--------------------------
You'll never walk alone!!!
http://snappy.bloggoo.com

ผมเห็นด้ว

ผมเห็นด้วยกับทางแก้ข้อที่สี่ครับเพราะน่าจะเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ทางบ้านได้ง่ายที่สุดครับ อย่างที่ผมพบมาบางคนยังใช้งานinternetไม่เป็นเลยแต่แกพยายามศึกษาจากหนังสือเอาครับ(ที่ว่าเนี้ยแกใช้winครับ) ดังนั้นหากมีคู่มือมากๆ ก็น่าจะทำให้คนหันมาสนใจมากยิ่งขึ้นครับ

nothingelse's picture

ที่เคยเจอมา

ขออนุญาติแจมเรื่องนี้หน่อยครับเพิ่งเจอมากับตัวเองอาทิตย์ที่แล้วนี้เอง
เรื่องของเรื่องคือบริษัทที่ผมทำงานอยู่ ได้รับการสั่งซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์จากหน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่งโดยระบุเรื่อง software คร่าว ๆ ว่า OS เป็นหน้าต่างหลายบานรุ่นพิมพ์นิยม 2 ส่วนชุดออฟฟิศเป็น OpenOffice รุ่นไม่ต่ำกว่า 2.1 เห็น spec คร่าว ๆ ดังนี้ที่ออฟฟิศผมก็ดีใจกันใหญ่ที่หน่วยงานแห่งนี้จะเลิกใช้พวกผีซะที ก็ส่งเครื่องตามกำหนด พอเปิดเครื่องเพื่อเริ่มใช้งาน คนที่เป็นกรรมการตรวจรับหันมาถามว่า "ไม่มี word เหรอ" น้องที่ไปส่งของก็ตอบไปว่า "อ๋อ มันอยู่ใน OO ครับ" แล้วก็เปิด writer ขึ้นมาให้กรรมการดู ท่านก็บอกว่า "ไม่ใช่นี่ ผมหมายถึง word ที่เอาไว้พิมพ์งานเอกสาร excel ก็ไม่เห็นมี อย่างนี้ต้องไปคุยกับทางพัสดุเพราะตรวจรับไม่ได้ เนื่องจากไม่มี word" สาบานได้ว่าผมเห็นน้องมันทำหน้าเหมือนกำลังจะต้องกินยาฆ่าแมลงเลยครับตอนนั้น แต่ก็แย้งไปว่าเราทำตาม Spec ที่เค้ากำหนดมาให้ แต่ยังไง ๆ คุณน้าท่านนั้นก็ไม่ยอมครับ เรื่องก็ต้องไปถึงพัสดุจนได้ ข้อเท็จจริงปรากฏว่าคนที่ออก Spec เป็นคนของแผนก IT อยู่อีกที่หนึ่ง แต่ไม่ได้มีส่วนในคณะกรรมการตรวจรับ สุดท้ายก็เหมือนเดิมครับไม่ต้องให้ผมบอกว่าจบยังไง
แต่งานนั้นสอนให้รู้ว่า เมื่อไหร่ที่คน IT ในองค์กรเหล่านั้นไม่ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจรับอุปกรณ์ IT ก็อย่าหวังเลยว่า Open Source จะเริ่มโตได้ในหน่วยงานของรัฐ(แห่งนั้นและที่อื่น ๆ)
เออที่จริงมันก็แปลกน๊ะครับ งานทาง IT แต่กลับไม่มีคน IT เข้ามาเป็นกรรมการตรวจรับงานเลย
ขอโทษทุกท่านด้วยครับที่เอาพื้นที่บอร์ดมาบ่นบ้าอะไรก็ไม่รู้ให้ฟัง

Ubuntu Club LiveCD อาจเป็นตัวช่วยที่ดีครับ

อยากให้คนที่ยังกล้าๆกลัวๆที่จะลองน้องอูของผม ได้ทดลองจากตัวนี้ครับ
แล้วจะติดใจ และไม่ต้องกลัวเสี่ยงอะไรด้วย
แล้วรีบเข้ามาที่เว็บนี้ก่อนเลย รับรองไม่หลงทาง
ขออย่างเดียว อย่าโวยวาย เวลาที่ขัดใจ เดี๋ยวพี่ๆน้องในคลับจะดูแลเจ้าชาย(เจ้าหญิง)ให้เอง
เชื่อลุงเต๊อะ

เห็นด้วยครับ แต่...

เห็นด้วยอย่างมากครับ สำหรับการสนับสนุนให้ใช้ Software อย่างถูกต้อง
สำหรับผม ต้องทำงานเกี่ยวกับการผลิตสื่อการสอน วันนี้ได้รับกล่องใหญ่ๆ 1 กล่อง
ภายในมี Software ที่สั่งซื้อไป จำนวน 14 ชุด มูลค่า 3 แสนกว่า ..เหอๆๆ นี่แหละที่ต้องจ่าย
แต่เพราะเป็นบริษัทครับ จ่ายก็ต้องจ่าย เพื่อความถูกต้อง ด้วยนโยบายห้ามใช้ Software เถื่อนครับ
ส่วนที่บ้าน เพิ่งทดลองใช้ Opensource ครับ แม้ไม่ทั้งหมด ก็จะพยายามหา Software ที่แทนกันได้

นี่แหละ ถ้าบริษัทใช้ Opensource ในการทำงาน
แทนค่าใช้จ่ายจะต้องมาลงตรงนี้ เอามาพัฒนาให้ความรู้กับคน ผมว่ามันคุ้มกว่าเยอะเลย

ขอบ่นบ้างดิ่...ทางออกของการจัดฝึกอบรม

ขอต่ออีกหน่อยครับ
ตามสถาบันอบรม Software ที่เป็น Opensource หายากจังครับ
ครั้นจะมีคนจัดอบรม ก็ดันทุรังไม่อยากให้เก็บค่าอบรม เพราะเข้าใจว่า Opensource ก็ต้องไม่มีค่าใช้จ่ายดิ่
ฟรีได้มั้ย...เฮ่อ..!! คนเรา มันจาเอาแต่ได้กันจริงๆ
การจัดอบรม สัมมนาแต่ละครั้ง มันมีค่าใช้จ่าย มันมีค่าเวลา ค่าพลังงาน ที่วิทยากรจะต้องใช้
แล้วคนที่จะเรียน จะเอาวิชาไปน่ะ เค้าเสียอะไรบ้าง
การศึกษาคือการลงทุนครับ อยากเห็นการจัดคอร์สกันบ่อยๆ ครับ แต่ไม่อยากให้มีฟรีครับ
สำหรับคนที่ไม่มีเงิน ผมเสนอให้เค้าทำงาน มาช่วยเป็น Staff เพื่อแลกวิชา จะดีกว่า
หากคุณจัดอบรมฟรี คนที่ได้สิทธิ์โดยที่ไม่ได้จ่ายอะไรเลย จะไม่เห็นคุณค่าของวิชานั้นๆ
กำไรที่ได้ หลังหักค่าใช้จ่าย ถ้ายังมีอยู่บ้าง ก็สมทบ บริจาคให้ทีมผู้พัฒนา Software ไป
ผมอาจจะไม่ได้มีส่วนร่วมมากนัก ขอเสนอทางออกไว้สำหรับการจัดฝึกอบรมครับ

TrendyTeddy's picture

ส่วนตัว

ส่วนตัวใช้ Win$ (แผ่นเถื่อนเกลื่อนพันธ์ทิพย์)เฉพาะเล่นเน็ต
เพราะยังแก้ปัญหา modem ไม่ได้ ถ้าแก้ได้ก็จะอำลาจากจรเสียที
...

อย่างบางหน่วยงาน เขาก็ส่งเสริมแผ่นเถื่อนอย่างเป็นเรื่องธรรมดา เช่น สอนการติดตั้ง
แบบที่มีคีย์เจน ซีเรียล หรือการปลดล็อค ปรับปรุงรีจีสทรี เพื่อใช้อย่างผิดกฏหมาย
ลงในคอลัมล์วรสารขององค์กรกันเลย โถ ทำไปได้

ผมเรียนซ่อมคอมพ์ จิตสำนึกเรื่องซอฟท์แวร์ผิดกฏหมายกับกลุ่มวิชาชีพ
เหมือนว่าตายไปแล้ว เพราะลูกค้าของเขาก็เป็นคนใช้ซอฟท์แวร์ผิดกฏหมายนั่นเอง

เฮ้อ...

...

ที่เขีนเรื่อง "คนมันบ้าน่จน" ก็มีเหตุผลนะครับ-คือ อยากให้คนรู้จัก opensource
เพราะแม้ผมจน ผมก็เลือกได้ และผมก็เลือก Opensource

"ชีวิตพอเพียง ใช้ซอฟท์แวร์อย่างเพียงพอ"

iaee's picture

ทำไมคนควรใช้ opensource

ผมว่าเพราะ ความฟรี(ความเป็นอิสระในการเลือกใช้งาน)มังครับ ผมเองก้อสนใจจะใช้ แน่นอนติดปัญญาต่างๆนานๆ ตอนนี้ยังใช้ xp ลิขสิทธ์อยู่ เล่นubuntuใน vm เพราะคิดว่าอนาคตจะนำมาใช้แทน xp สักวัน เพราะติดโมเดมต่อเน็ต ไม่แน่ใจปัญหาเรื่อง พริตเตอร์กับสแกนเนอร์ป่าว ยังไม่รู้ ส่วนปัญาเรื่อง software อันนี้คงจะเป็นการตอบสนองความต้องการได้ดีแค่ไหน ผู้ใช้พอใจในโปรแกรมopensourceมากน้อยขนาดไหน

ส่วนตัวยังพอใจsoftware opensource ระดับหนึ่ง เพียงพอแต่ความต้องการ ผมอยากให้ โปรแกรมไม่แยกค่ายนะครับ สามารถใช้ได้ทั้ง KDE, Gnome, ค่ายอื่นๆด้วยก้อดี ทำให้ง่ายต้องการใช้งานไม่ทำให้คนสับสน ว่าตัวนี้จะใช้ใน KDE หรือGnome แบบรักพี่เสียดายน้อง หุหุหุ

ฮี่ ฮี่

ฮี่ ฮี่ ขอออกความเห็นบ้างนะ

ผมว่าง่ายๆ ใครอยากใช้ก็ใช้ ใครไม่อยากใช้ก็ไม่ต้องใช้ เรื่องนี้คุยกันมาก่อนน้ำมัน E20 ซะอีก แต่ E20 มีขายแล้ว

ทำไม E20 ถึงเกิดขึ้นได้ ก็เพราะน้ำมันปกติมันแพงซะจนเกินรับได้ไปแล้ว ถ้าตอนนี้ยังลิตรละ 14 - 16 บาทเหมือนก่อน E20 ใครจะเติม ใครจะขาย

ถ้า MS ไม่ไล่จับ ปรับ ดะ ก็อย่าหวังว่าจะมีการใช้ OPEN SOURCE กันอย่างแพร่หลาย ไม่มีแน่นอน จำไว้ ไม่มีแน่นอน

เอางี้ ถ้าแทปผี ซีดีเถื่อน หมดจากเมืองไทยเมื่อไร OPEN SOUCE ไทยก็เกิดเดี๋ยวนั้น .... โอเคมะ

(อันนี้ถ้าติดตามดีๆ ก็จะพบว่าก็มีการตื่นตัวกันเยอะจากเมื่อก่อนมากแล้ว แต่ไม่เป็นที่เผยแพร่เท่านั้น แต่ก็อยากรู้จริงๆ ว่าเราจะยอมจ่ายเท่าไรสำหรับซอฟแวร์ OPEN SOURCE เพราะคำว่าฟรีของคนไทยคือไม่ต้องจ่ายเงินสักบาท แต่ของฝรั่งฟรีคือ ความอิสระที่จะนำโค้ดของโปรแกรมไปปรับปรุงแก้ไขได้อย่างอิสระ)

ถ้าไม่ได้ตังค์แล้วใครอยากจะทำ ใครจะอยากขาย ใครจะอยากเรียนรู้เพื่อไปเปิดบริการ นอกซะจากคุณมีตังค์มากซะจนไปเที่ยวอวกาศได้ อันนี้ก็อาจจะเหลือเฟือพอที่จะบริการฟรีๆ ได้

เจ้าของ JUST FOR FUN บอกในหนังสือว่า
(ประมาณนี้นะ ถ้าเต็มๆ หาอ่านเอง)

- ถ้าคุณจนซะจนไม่มีเงินจะซื้อข้าว เพราะต้องเอาไปซื้อซอฟต์แวร์ราคาแพงๆ คุณก็น่าจะมีสิทธิ์ใช้ได้โดยไม่ต้องจ่ายตังค์ (งงอะดิ)
- ที่จริงมนุษย์ไม่ได้ต้องการคอมพิวเตอร์หรือโอเอสใดๆ หรอก แต่มนุษย์เพียงต้องการเข้าถึงความต้องการต่างๆได้ เช่น อินเตอร์เน็ท เกม ซึ่งถ้ามีอะไรทีดีและสะดวกกว่าคอมพิวเตอร์มนุษย์ก็ย่อมไปใช้อันนั้นแน่นอน (ซึ่งก็เจ๊งไปทั้ง MS หรือ....)

ความเห็นส่วนตัวเท่านั้นนะ

สำหรับข้อ

สำหรับข้อที่ 4.เรื่องหนังสือและคู่มือนั้น
ปัญหาคงไม่ได้อยู่ที่ไม่มีคนเขียนหรอกครับ
ปัญหาใหญ่น่าจะอยู่ที่ไม่มีสำนักพิมพ์ใดรับไปพิมพ์ซะมากกว่า
ผมเองเคยติดต่อสำนักพิมพ์น่าจะสักสิบกว่าแห่งได้มั้งเรื่องหนังสือ
เกี่ยวกับ Unix NetBSD ปรากฎว่าไม่มีสักแห่งที่จะรับไปพิมพ์
เหตุผลที่ได้ยินบ่อยๆก็ง่ายๆครับ
opensource = ชนกลุ่มน้อยไม่คุ้มค่ากับการลงทุน
ตอนนี้กำลังเก็บเงินอยู่
คาดว่าจะพิมพ์ขายเอง
ขายไม่ได้สักเล่มก็ไม่เป็นไร
เอาไว้ดูเองก็ได้ ( พูดจริงนะนี่ )

อ่านแล้วก

อ่านแล้วก็เสร้าใจจัง

http://phanuponp.blogspot.com/2008/01/blog-post.html

เป็นกำลังใจให้นะครับ
กำลังหาเล่ม 3 กับ 4 อยู่

somjate's picture

สายล่อฟ้า!

ผมค่อนข้างเห็นใจนะครับ นี่คงเป็นความต้องการของคนๆหนึ่งหรืออีกหลายๆท่านที่มีความสนใจที่จะเข้าถึงองค์ความรู้ โดยมีโจทย์เป็นตุ๊กตาตั้งขึ้นมาหลายๆข้อ อันที่จะให้เข้าถึงแหล่งความรู้ง่ายๆและรวดเร็วขึ้น ในหลายๆข้อผมก็เคยมีความคิดเช่นนั้นเหมือนกันมาก่อน ...

ความอยากได้หรืออยากหวังอะไรต่างๆ ส่วนมากผมจะใช้ตรรกะมองพื้นฐานความเป็นจริงประกอบเช่น ปัจจัยแวดล้อมเพื้อเอื้อหนุน ความเป็นธรรมชาติและอุปนิสัยของผู้คน จากปัญหาและวิธีการแก้ปัญหาของคุณ zetacom ที่ให้มานั้น เจตนาว่าผู้คนจะเห็นดีและเข้าร่วมมือร่วมใจกัน แต่ผมจะชี้ถึงอุปสรรคสองข้อใหญ่ๆเลย

ข้อแรก "เงินทุน" ผมว่าจำเป็นนะ แต่ถามว่าใครจะเป็นเศรษฐีใจดี? หรือเราจะมาลงขันกันหรือ?

ข้อสอง "ความร่วมมือ" "ความเสียสละ" คิดว่าคงจะมีกันบ้างอาจจะมีบ้างในระยะเห่อๆและก็หายไปอย่างรวดเร็ว คงเหลือเฉพาะกลุ่มคนเพียงเล็กน้อยและเป็นแบบ "ทำเอามันส์" "ทำตามใจฉัน" "ทำตามอารมณ์"

อุปสรรคทั้งสองข้อถ้าแก้ข้อใดข้อหนึ่งผมว่าช่วยแก้ปัญหาได้เยอะนะครับ และโปรดอย่ามาบอกว่า "ไม่ลองไม่รู้" "ลงมือทำดีกว่าไม่ทำอะไร" อะไรประมาณนี้ อย่าเลยครับ ปัญหาเห็นแต่แรกแล้ว อย่าไปฝืนความจริงเพื่อความสะใจ ผมทำจนเบื่อ ล้มไปก็ไม่รู้กี่ครั้ง การที่เราทำอะไรสักอย่างแล้วไม่สำเร็จดั่งหวัง ผมว่าจะทำให้รู้สึกเสีย Self เป็นบ่อยๆจะลดทอนความมั่นใจลงไปเรื่อยๆ ซึ่งไม่เป็นผลดีแก่ตัวเองเลย ถ้ามั่นใจว่าปัจจัยทุกอย่างพร้อม ก็ลุยเลยครับ ...

ส่วนเรื่องวิธีการอะไรต่างๆผมว่าเป็นอันดับรอง แต่กลยุทธ์ในการมีส่วนร่วมมันเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นมาก เมื่อ 4 ปีก่อนผมคือมีแนวความคิดคล้ายๆคุณ zetacom อย่างยาวเลย สุดท้ายก็อยู่ในวิมานที่ฝันไว้ ลองดูได้ครับ (อายนะเนี่ย) ...

http://www.thailinuxhosting.com/yabbse/index.php?board=6;action=display;...

zetacom's picture

หรือ เพราะว่ามัน free เลยมีปัญหา

ต้องมองให้เป็น ธุรกิจบ้าง อาจจะดีขึ้น
เช่น ในส่วนของผู้ให้ ผู้ที่เขียนหนังสือ จัดอบรม ก็ควรจะเก็บตังบ้าง มีฟรีบ้าง เป็นค่าใช้จ่ายไว้เป็นทุนในการพัฒนาต่อไป
ในส่วนของผู้รับ ก็ควร เสียตังบ้าง จะได้เห็นคุณค่าของมัน เพื่อเป็นการไม่เอาเปรียบกัน

อันนี้ตอบ คุณ NetBSD เดี๋ยวนี้ เค้ามี การพิมพ์ระบบดิจิตอลแล้ว ไม่ต้องทำจำนวนมากๆ ก็ได้ หลักสิบ หลักร้อย ก็ทำ เข้าเล่มให้เสร็จ เหมือนอย่างของ อ.นิรุธ (www.thaidev.com)ที่สอนเขียน ภาษา C, Php ก็ใช้วิธีนี้ พิมพ์เอง แล้วก็ขายเองใน web
แล้วก็ยังมีร้านหนังสือที่ดีๆ อีกหลายที่ เช่น boot chest ก็ลองไปเสนอดู
ผมเคยเอา Cd ไปฝากขาย ก็โอเคนะแฟร์ดี(พอดีรู้จักกับเจ้าของ) และอีกวิธีก็ ขายแบบให้ download อาจจะผ่านทาง
web เราเอง หรือ webนี้ ก็น่าสนใจนะ (www.dbookclub.com) ลองดูครับเป็น idea

หรือถ้าใครสนใจ ทำพวก cd training ขาย ผมก็พอแนะนำได้นะครับ ตั้งแต่ ผลิตแผ่นปั้ม จนถึงเข้าร้านขายส่ง ก็พอรู้จักอยู่พอสมควร

ขอให้เรามีความพยายามในการเผยแพร่และใช้เวลาครับ

ผมอยากจะให้กำลังใจพวกเรา ว่ามันคงจะต้องใช้เวลาอะครับ เพราะกว่าที่ Microsoft จะมาถึงจุดๆ นี้ได้ เค้าก็ใช้เวลาเป้นสามสิสิบปี (ผมว่าโอเพนซอร์สจะโตเร็วกว่านะ) นึกถึงสมัยก่อนเครื่องพิมพ์ดีดเก่าๆ ก๊อกๆ แก๊กๆ แล้วมีคอมพิวเตอร์จอเขียวๆ เข้ามาแทนที่ มันดีกว่าก็ตรงที่มันย้อนกลับไปแก้ได้แค่นั้นอะครับ ตำราก็หายาก ต้องหาเอาจากผู้รู้ รู้สึกว่าเรียนคอมพิวเตอร์ เหมือนๆ กับเรียนดนตรีเลยอะ (ใช้เวลาพอๆ กัน) แล้วพอคนเริ่มใช้มากขึ้น ตำราก็แพร่หลายชึ้น ผมว่าถ้าหากจะให้โอเพนซอร์สเติบโต ก็ช่วยๆกันเผยแพร่ครับ ผมว่าขอพวกเราช่วยกันซื้อเสื้อ แล้วก็ติด sticker ช่วยๆกันครับ เดี๋ยวผมก็จะไปซื้อเสื้อละครับ เพราะว่าวั้นที่ 9 กุมภาพันธ์นี้ ผมได้ไปเป็นวิทยากรให้กับทางห้างพันทิพย์อีกแล้วครับ
สำหรับโอเพนซอร์ศ ผมสู้ไม่ถอยครับ

ต้องพยายามเพิ่มมาตรฐานทางจริยธรรมของคนไทย

ผมว่าปัญหาทั้งหมดเกิดจากการขาดจริยธรรมครับ เพราะจากการที่ส่งเสริมโอเพนซอร์สมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง
และอ่านหนังสือมาหลายเล่ม ทำให้รู้ว่าคนส่วนใหญ่ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ถ้าจำเป็นต้องเปลี่ยนก็ต้องมีเงื่อนไขบังคับ
เช่น ถ้าไม่เปลี่ยนก็จะต้องได้รับความเจ็บปวด (โดนจับปรับ หรือ โดนลงโทษ เป็นต้น)
แต่การเปลี่ยนพฤติกรรมใช้ซอฟต์แวร์ยากกว่ามาก เพราะเมื่อคุณจะเปลี่ยนมาใช้โอเพนซอร์ส คุณจะต้องเจ็บปวดจากการพยายามอ่านหนังสือ ดูซีดี อ่านอินเตอร์เน็ต แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้งาน ฯลฯ ซึ่งไม่เข้ากับนิสัยของคนไทยอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่ว่าจะเปลี่ยนไม่ได้เลยนะครับ
เพราะหากมีแรงจูงใจมากเพียงพอ ก็เปลี่ยนได้ ตัวอย่างเช่น คนไทยใช้ Camfrog มากเป็นอันดับหนึ่งของโลก โดยไม่ต้องได้รับการอบรม ไม่มีคู่มือภาษาไทย ไม่มีใครบังคับให้ใช้ ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่มีคู่มือหรือไม่ มีข้อมูลหรือไม่ แต่ปัญหาทั้งหมดเกิดจากการขาดแรงจูงใจที่จะเปลี่ยน เพราะการเปลี่ยนมาใช้โอเพนซอร์ส แล้วไม่ได้ทำให้มีเงินมากขึ้น ไม่ได้มีความสุขมากขึ้น แต่กลับทุกข์มากกว่าใช้ซอฟต์แวร์เดิมที่คุ้นเคยอยู่แล้วไม่ได้ อีกทั้งการใช้ซอฟต์แวร์เถื่อนก็ไม่ได้รับความเจ็บปวดอะไร ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะไม่เปลี่ยน และหากจะให้ ที่จะทำให้คนส่วนใหญ่เปลี่ยนมาใช้โอเพนซอร์ส มีทางเดียวคือ ต้องทำให้เป็นคนส่วนใหญ่ มีคุณธรรม จริยธรรม เพราะการใช้ซอฟต์แวร์เถื่อนรวมถึงดูหนัง ฟังเพลง ละเมิดลิขสิทธิ์ ทั้งหมดคือ การโกง การขโมย ซึ่งท้ายสุด หากเรายังละเมิดลิขสิทธิ์กันต่อไปเรื่อยๆ ผลกรรมที่ได้รับคือ คนในชาติของเราก็จะไม่มีวันผลิตผลงานดีๆออกมา คนมีฝีมือก็จะต้องไปเป็นลูกจ้างบริษัทฝรั่ง คนในประเทศไทยส่วนใหญ่ ก็ต้องทำงานที่มีเงินเดือนน้อยๆ ตลอดไป เป็นปัญหาซ้ำซาก หาทางออกไม่ได้

สรุป การที่จะทำให้คนไทยหันมาใช้โอเพนซอร์ส ต้องทำให้คนส่วนใหญ่ มีจริยธรรมคุณธรรม รู้ว่าการโกง การขโมย ผิด และสำนึกผิด เกรงกลัวต่อผลกรรมที่ได้รับจากการขโมย และโกงครับ ซึ่งยากมาก แต่ผมคิดว่า เราทุกคน เริ่มต้นที่ตัวเองก่อนดีที่สุดครับ หากเราเปลี่ยนตัวเราไม่ได้ คงเป็นไปไม่ได้ที่จะเปลี่ยนคนอื่น

สุดท้าย จากประสบการณ์ ผมรู้จักคนก็ไม่น้อย แต่คนที่ใช้ชีวิตประจำวัน โดยไม่มีการละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นซอฟต์แวร์ หนัง เพลง ฯลฯ ในชีวิตผมรู้จักไม่เกิน 10 คนครับ

TrendyTeddy's picture

+1

ชอบคห.นี้ครับ

ที่อ่านแล้วอดอมยิ้มไม่ได้คือ
Camfrog ที่ไม่ต้องมีคู่มือ ไม่มีใครสอน ก็ใช้กันได้เนาะ
มันอยู่ที่แรงจูงใจ...

เอ่อ ถ้าผมต่อเน็ตได้โดยไม่ต้องพึ่ง Win$ ผมจะล้าง Win$ ทันที
ไม่ใช่เพราะไม่ชอบ Win$ แต่ผมอยากเคารพสิทธิ์ของเขา
และเวลานั้นบวกผมเป็นคนที่ 11 ของคุณ Pakwit นะครับ :D

ส่วนเรื่องหนัง เพลง ผมฟังแต่ของแท้ เพราะคนทำงานสมควรได้รับค่าจ้างของตนครับ

ถูกต้องที

ถูกต้องที่สุดครับ

+1

ปัญหาของ Open Source และการแก้ไขปัญหา

ขอตอบอ้างอิงจากคนตั้งกระทู้ก่อนนะครับ แบบเป็นข้อๆ

1. โปรแกรมประเภท Office ส่วนใหญ่ สามารถใช้งานไ้ด้กับ Open Source อยู่แล้ว เช่น Open Office for Windows ก็สามารถใช้แทน MS Office ได้ แต่ปัญหาที่พบได้ในขณะนี้คือ ปัญหาของ Font และระบบจัดการบางอย่างที่ทำให้ขณะนี้ที่ผมใช้ Open Office 2.3 ค้างเนื่องจากเปิดไฟล์ Excel หรือแม้แต่ copy text จาก FireFox มาแปะก็ตาม เมื่อพบปัญหาเหล่านี้ การแก้ไขทำได้ยาก เพราะยังมี skill ไม่เพียงพอในการแก้ไขปัญหา

เทียบง่ายๆ Excel มาแทน Lotus ก็ยังสามารถใช้สูตรของ Lotus ส่วนใหญ่ได้ และเมื่อ Open Office ได้ถูกพัฒนาเพื่อเป็นทางเลือกนั่นหมายถึงว่า function ต่างๆ ก็ย่อมต้องพัฒนามาเพื่อง่ายแก่ผู้ใช้ Excel จะหันมาใช้ Open Office เช่นกัน

2.ปัญหาด้าน Hardware เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ผู้ใช้หลายๆ คนประสบแต่ส่วนใหญ่น่าจะเป็นผู้ใช้ตามบ้านมากกว่า เนื่องจากปัญหาส่วนใหญ่ที่มักเจอ จะเกิดขึ้นกับ Sound, Display(ปรับรายละเอียดไม่ได้), Network Card, Printer ทำไมผู้ใช้ตามบ้านจึงมักเจอปัญหาบ่อยกว่า เพราะผู้ใช้ตามบ้าน มักมีการ Update บ่อยครั้ง มีการ Upgrade อุปกรณ์ต่างๆ บ่อยครั้ง ทำให้โอกาสเกิดความเสี่ยงปัญหาการไม่ compatible ได้ง่าย โดยที่สำนักงานมักติดตั้งแล้ว หากยังสามารถทำงานได้ปกติ ก็แทบจะไม่ต้องมีการอัพเดท กันอีกเลย เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นตามมา

3. โปรแกรมเฉพาะด้าน ที่เป็น Open Source มีมากมาย แต่ส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ และเป็นระบบที่ค่อนข้างกว้าง ทำให้การเรียนรู้ทำได้ช้า รวมทั้งการ support ไม่มี หรืออาจยุ่งยาก เนื่องจากส่วนใหญ่ยังใช้โปรแกรมภายในประเทศ เช่น ระบบบัญชี ก็ยังมีบางคนที่ใช้ Express ที่เป็นภาษาไทย ทำงานบน Windows ทำให้สามารถหาผู้ให้คำปรึกษาได้ง่าย หรือแม้แต่จ้างผู้เชี่ยวชาญเข้ามาจัดการแก้ปัญหา หรือแม้แต่ส่งเครื่องไปให้ทำการ repair ระบบ

4. หนังสือ คู่มือ ต่างๆ หาได้ไม่ยาก แต่ต้องใช้ให้เป็น นั่นคือ Google เป็นตัวช่วยหาคู่มือได้เป็นอย่างดี แต่เราต้องมี Keyword ที่ถูกต้องในการใช้งาน ปัญหาที่ตามมาอีกส่วนหนึ่งก็คือ อ่าน text แล้วไม่ค่อย get เท่าไร บางทีต้องอ่านสัก 3 รอบถึงจะเริ่มเข้าใจ

สำหรับวิธีการแก้ปัญหา
1. ที่คุณแนะนำว่าให้ทำเป็น distro ต่างๆ ผมได้เขียนไว้ใน Wiki ว่าให้ทุกคนเข้าไปเพิ่มกันเองว่า application ตัวไหนใช้แทนกันได้กับบน Windows แล้วเพื่อนๆ จะได้สามารถเลือกใช้โปรแกรมได้อย่างเหมาะสม ยิ่งทำ Distro เยอะๆ ผมว่ามันยิ่งเป็นการถ่วงระบบความช่วยเหลือของ club เพราะทีมงานนี้ช่วยกันแบบฟรีๆ ใช้เวลาว่างเข้ามาตอบปัญหา และเวลาส่วนใหญ่เขาก็จะมีงานหลักของแต่ละคนอยู่แล้ว แม้แต่ willwill ก็ยังเป็นเด็กที่เรียนหนังสือ ก็มีการบ้าน และต้องอ่าน text เพื่อเพิ่มเติมความรู้ของเขาอีก และเขาก็ต้องแก้ปัญหาในส่วนของเขาด้วย

Ubuntu ของเราเป็นสาย Debian ดังนั้นการเพิ่มเติมโปรแกรมไม่ยากอยู่แล้วแค่ใช่้ apt-get หรือ synaptic ครับ ขอแค่รู้ชื่อโปรแกรมว่าใช้ทำอะไรได้ มันก็ช่วยได้แยะแล้ว

2. รายชื่อ mainboard และ chipset น่าจะมีใน Wiki แล้วครับ

3. วิธีแก้ปัญหาถาวรคงเป็นไปได้ยาก แม้แต่ระบบ Windows ที่มีเงินมากมายผลักดันให้พัฒนาไปข้างหน้า ก็ยังมี Bug อย่างมหาศาลครับ ทั้งด้านจัดการหน่วยความจำ ด้านการจัดการ Process ยิ่งของเราเป็น Open Source ซึ่งมีผู้พัฒนาจากทั่วโลก แน่นอนว่าย่อมมีโอกาสเกิดปัญหาได้ ดังนั้นขอให้ระลึกไว้ว่า ถ้าคุณใช้งานได้ไม่มีปัญหา และเพียงพอกับการใช้งาน ก็อย่าเพิ่งไปอัพเกรดอะไรจาก Internet จนกว่าจะมั่นใจได้ว่า version ที่คุณจะอัพเกรดนั้นไม่มี Bug ดังเช่น Open Office ที่ผมไม่สามารถ copy text จาก FireFox แปะลงบน Open Office Writer

4. ข้อแนะนำในการช่วยเหลือ น่าจะเพิ่มในส่วนของ keyword ที่สำคัญ เช่น คุณจะถาม google อย่างไรให้ได้คำตอบที่ถูกต้อง อะไรแบบนี้น่ะครับ

ลืมบอกไปว

ลืมบอกไปว่า ปัญหาของ Open Office ที่ผมเจอ คือบน Ubuntu นะครับ

ผมไม่สามา

ผมไม่สามารถ copy text จาก FireFox แปะลงบน Open Office Writer

ขออนุญาตยกอันนี้ไปหน้าสอบถามปัญหานะครับ น่าสนใจ เพราะแปลกดี
ดูมันน่าจะเป้นเรื่องง่ายๆ ผมไม่มีปัญหาเลย พาะ
ไม่ว่าจะเอาทั้งหมด หรือเฉพาะ text

ผมเพิ่งได

ผมเพิ่งได้ ไปอบรม ที่ พิษณุโลกมา เรื่อง ubuntu (รู้สึกชอบ มากตั้งแต่วันแรกที่เรียน)อันนี้ไม่เกี่ยวกับประเด็น แต่ขอ นี๊สส นึง
--ผมคิดว่า การจะเผยแพร่ ubuntu ควรใช้กลยุทธ์แบบ เน้นที่ คน โดยเน้น แบบ กระจายเป็นสัดส่วน +สร้างเคลือข่ายแบบปิรามิด คือ-1.เน้นฝึกคนให้เก่งขึ้นโดยกระจายเป็นพื้นที่ เช่น อบรม อย่าให้ผู้อบรม อยู่จังหวัดเดียวกัน เพื่อให้มีคนเก่งจะจายอยู่ทุกพื้นที่ทั้วไทย (ยิ่งคนที่มีร้าน netจะดีมากเพราะถ้าเขาลง ubuntu ไว้สัก2-3เครื่องเพื่อเสนอทางเลือกใหม่)คิดดูวัน นึง ร้าน net มีเด็กเข้า กี่คน/วัน/เดือน/ปี โอยไม่อยากนับกลุ้ม และจากนั้นผมว่าจะเกิดการนำเสนอ แบบปากต่อปากได้ดีมาก จาก1คน บอกต่อ 5 คน 5บอกต่อ...โอ้ยไม่นับแว้วว อิอิ ผมว่ายังมีวิธีอีกมาก แต่ที่ไม่อยากไปเน้นที่ โปรแกรม หรือความยาก ในการเล่น ubuntu ผมว่าประเด็นยังไม่สำคัญ เพราะ1ด้านโปรแกรม ดีอยู่แล้วเนื่องจากมีการพัฒนากันอย่างต่อเนื่อง 2ลิขสิทธ์ก็ไม่มี 3 ลูกเล่นหลากหลาย 4 ลูกรับทุกกลุ่มตลาด เช่น องค์กร นักเล่น นักรัก อื่นๆ ทุกอย่างพร้อม ขาดตรงประเด็นที่ว่า พื้นฐานตอนเล่นใหม่ๆไม่มีเพื่อนหรือ พี่เลี้ยงคอยช่วยเหลือ ตอนฝึกตั้งไข นี่แหละประเด็น เพราะเล่นเอง -งงเอง -เบื่อแล้วท้อ จากนั้น เลิกเหอะ เพราะความเพียรน้อย เอาของถนัดตามเดิม(windo..ไม่อยากเขียนเลย แต่เดี๋ยวหาว่าได้ใหม่ ลืมของเก่าจะไม่ดีอิอิ) ที่พูดมาสรุปว่า สร้างคนเก่งให้กระจายเป็นวงกว้างแบบ ป่าล้อมเมืองอ่ะ จะได้มีคนที่คอยให้คำปึกษาก่อนที่เลิกสนใจไปก่อน ขอบคุณสำหรับพื้นที่ๆ ให้ผมได้แสดงความคิดเห็น ผิดพราดก็ขอ อภัยด้วยครับ (มือใหม่ เปิดซิ.. เลยน่ะเนี่ย)

เรียนถามค

เรียนถามคุณ zetacom
( เรื่องการพิมพ์ระบบดิจิตอล ไม่ต้องทำจำนวนมากๆ ก็ได้ หลักสิบ หลักร้อย ก็ทำ เข้าเล่มให้เสร็จ )
คือว่าผมอยากทราบชื่อร้านที่รับทำ และสถานที่นะครับ รบกวนหน่อยนะครับ
ถ้าคุณ zetacom มี mail ที่จะติดต่อสอบถามจากอาจารย์ นิรุธ อํานวยศิลป์ ได้ยิ่งดีเลยครับ
ผมลองเข้าไปดูที่ http://www.thaidev.com/ แล้ว
หาที่สำหรับติดต่อ อาจารย์นิรุธ อํานวยศิลป์ ไม่เจอนะครับ
อยากสอบถามอาจารย์ถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการพิมพ์นะครับ
*** ขอบคุณครับ ***

zetacom's picture

พิมพ์หนังสือ ระบบดิจิตอล

ที่นี่ เลยครับ มีน้องๆเพื่อนๆ ผม หลายคนที่ พิมพ์หนังสือการ์ตูนที่เขียนเอง ขายเอง ก็ใช้บริการที่นี่
http://www.fast-books.com/
หรือถ้าอย่างได้ข้อมูลเพิ่มเติมอะไร ทิ้ง mail ไว้ เดี๋ยวผมติดต่อไปก็ได้ครับ

ทำเสร็จแล้วอย่าลืมบอกนะครับ เดี๋ยวช่วยอุดหนุน :)

ขอบคุณมาก

ขอบคุณมากครับคุณ zetacom
ได้การเลยครับ

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Lines and paragraphs break automatically.
  • Allowed HTML tags: <i> <center> <span> <a> <em> <strong> <cite> <code> <ul> <ol> <li> <dl> <br> <dt> <dd> <object> <embed> <hr> <img> <blockquote> <b> <u> <del> <div> <p> <table> <tr> <td> <font>

More information about formatting options